กระเป๋าแบรนด์เนมสูญหลายแสน “นุ๊ก” แถลงฝากคุณโจร ไม่เหลืออะไรให้ขโมยแล้ว ไม่ต้องกลับมา!

ตร. เจอกระเป๋าตังค์หล่นใกล้ที่เกิดเหตุ คาดของตีนแมวย่องกวาดกระเป๋าแบรนด์เนม “นุ๊ก สุทธิดา” สูญหลักแสน รอตรวจสอบทรัพย์สินของคุณแม่เพิ่ม เจ้าตัวผวาห่วงลูก แต่รู้สึกดีกับการปฏับัติหน้าที่ของ ตร. ฝากบอกโจรไม่มีอะไรให้เหลือขโมยแล้ว ไม่ต้องกลับมา เล็งติดกล้องวงจรปิดให้มีคุณภาพ

หลังจากเกิดเหตุการณ์คนร้ายขึ้นบ้านเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา (26 พค.) ช่วงเวลาประมาณ 22.30 น. ย่านลาดพร้าว ทำให้ทรัพย์สินสูญหายไปหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าแบรนด์เนมยี่ห้อดังหลายใบ รวมไปถึงทรัพย์สินของคุณแม่ ซึ่ง “นุ๊ก สุทธิดา เกษมสันต์ ณ อยุธยา” อดีตนักร้องสาวได้ขึ้นโรงพักแจ้งความกับตำรวจสถานีวังทองหลาง และวันนี้เจ้าตัวได้ตั้งโต๊ะเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

“เมื่อคืนวันเสาร์ (26 พ.ค.) หลังจากที่ไปทำงานกลับมาเราก็กลับบ้าน ประมาณ 22.00 น. เศษๆ เราถึงบ้าน ปรากฏว่าพอถึงหน้าบ้านไฟก็เปิดอยู่ แสดงว่ามีคนอยู่ในบ้าน จริงๆ ปกติแม่นุ๊กอยู่ด้วย ไปๆ มาๆ แต่ว่าช่วง 2 – 3วันนี้แม่ไปต่างประเทศ เราก็คิดว่าหรือคุณพ่อจะมาเซอร์ไพรส์มาหาเราที่บ้าน แต่ว่าพอมองไปในรถก็ไม่มี ตอนแรกเราคิดว่าใครลืมปิดไฟที่บ้าน ก็ไม่น่าเป็นไปได้ เราก็เลยเดินเข้าไปในบ้านพร้อมกับลูกคนที่สองจะไปเปิดประตูบ้าน”

“พอเอามือคลำไปสรุปว่าไม่เจอประตู ใจเราแว้บที่พื้นเลย เพราะว่าประตูเปิดค้างอยู่ แล้วมือเราก็ไปปัดเอาสลักกุญแจทุกอย่างก็ร่วงกราวลงมา เราตกใจแล้วก็คว้าลูกคนที่สองเราก็บอกให้ลูกวิ่งเพราะว่าเราไม่รู้ว่า จะสวนกับเขาเข้ามาหรือเปล่า เราดึงลูกคนที่สองวิ่งขึ้นรถแล้วก็ตะโกน เจอสามีที่ขับรถมาถึงบ้านพอดี เราก็ตะโกนบอกเขาให้ขึ้นรถให้หมด มีคนอยู่ในบ้านมีโจรอยู่ในบ้าน เราก็ล็อกรถแล้วตั้งสติ”

“คือตอนนั้นก็นึกอะไรไม่ออกโทรศัพท์ถึงตำรวจ ก่อนโทร.เราก็พยายามตั้งสติแต่ว่าจำได้เลยว่าตอนนั้นคอแห้งมาก ตอนที่คุยกับตำรวจเราก็คงกำลังตื่นเต้นอยู่ ด้วยความที่เรามีเด็กๆ อยู่ในรถ เราก็คิดว่าจะสวนกันลงมาหรือเปล่า เราจะรับมือยังไง พอระหว่างที่คุยกับตำรวจ เราก็เริ่มตั้งสติและคิดว่าตำรวจมาแน่นอน เลยบีบแตรรถให้เขาออกจากบ้านเราไป แล้วเราก็ได้ยินเสียงเหมือนเขากระโดดตุ๊บข้ามกำแพงไป ตำรวจก็มาที่เกิดเหตุ หลังจากนั้นเราก็ให้สามีดูลูกอยู่ในรถ แล้วเราก็พาตำรวจขึ้นไปเช็กที่ห้องว่าไม่มีใครซ่อนอยู่เราก็ค่อยๆ ไล่เช็ก เริ่มเช็กทรัพย์สินที่หายไปซึ่ง บางส่วนด้วยความที่ห้องที่โดนค้นหนักที่สุดคือห้องแม่เรา เราเลยไม่สามารถติดต่อหรือทราบได้ว่าแม่สูญหายของอะไรไปหรือเปล่า เพราะแม่ไปต่างประเทศ แต่ว่าเท่าที่เป็นของนุ๊ก ปรากฏว่าโชคดีของเราคือเป็นห้องที่เขาเพิ่งค้น เพิ่งหยิบฉวยของไปไม่เท่าไร เพราะเรากลับมาก่อน”

“ถามว่าทำไมถึงมั่นใจว่าเขาอยู่ในบ้านเพราะตอนที่เราวิ่งลงมา เราเห็นแสงไฟอยู่ในบ้านเราเหมือนกัน เรามั่นใจว่าเขายังอยู่ แล้วชั้นสามของเราเหมือนเพิ่งเริ่มโดนรื้อ ยังไม่ได้ถูกรื้อทั้งหมด แต่คิดว่าคนร้ายน่าจะมาคนเดียวนะคะในความรู้สึก ไม่ได้เห็นแสงไฟเยอะ แล้วก็เสียงตุ๊บๆมันเป็นช่วงสั้นๆ”

“ด้วยความตกใจ เราก็พยายามจะไล่เรียงเหตุการณ์ว่าเขากระโดดหนีไปฝั่งไหนของบ้าน นุ๊กคิดว่าเขาหนีไปทางด้านข้างบ้าน แต่เราก็ไม่แน่ใจว่าจริงๆ เป็นหลังบ้านหรือข้างบ้าน ตอนนั้นมันมืดมาก ได้ยินเสียงตุ๊บครั้งเดียว ส่วนที่เขาเข้ามาเป็นทางหน้าบ้านมั้ย ทางตำรวจกำลังสืบอยู่ ดูรอยเท้า การปีนกำแพง บังเอิญว่าฝนตกด้วย อาจจะชะล้างรอยนั้นไป”

เสียหายหลักแสน เป็นกระเป๋าแบรนด์เนมที่ตนไม่ค่อยได้ใช้ แต่ในส่วนของแม่ต้องรอเช็กทรัพย์สินก่อน
“ถ้าในส่วนของนุ๊ก เขาเพิ่งขึ้นไปค้น เราจัดบ้านอย่างเป็นระเบียบกว่าคุณแม่ ก็ไม่ต้องค้นเยอะ หยิบเอาง่ายๆ เลยในตู้โชว์ ส่วนมากเป็นกระเป๋าแบรนด์เนม ก็ยังรู้สึกโชคดีว่าสิ่งที่เขาเอาไปมันไม่ใช่สิ่งที่เราใช้ ไม่ค่อยถือกระเป๋าอยู่แล้ว เรื่องมูลค่าไม่เท่าไหร่ หลักแสนค่ะ แต่ในส่วนของคุณแม่จะโดนเยอะ แต่ไม่ทราบว่าโดนขโมยอะไรไปบ้าง ไม่แน่ใจว่าแม่ใส่ของมีค่าติดตัวไปหรือเปล่า และไม่ทราบว่าคุณแม่เก็บอะไรไว้บ้าง ที่บ้านมีตู้เซฟใหญ่มาก เปิดยาก ยกไม่ได้อยู่แล้ว กุญแจเซฟอยู่ในบ้าน เราเคยมีประสบการณ์เมื่อนานแล้วกับการโดนยกเค้า ตอนนี้รอเช็กกับคุณแม่อยู่ว่าอะไรสูญหายบ้าง ซึ่งแม่จะกลับมาถึงไทยตอนเย็น ทางตำรวจบอกว่าถ้าเรารู้ว่ามีอะไรสูญหายเพิ่มเติมสามารถแจ้งความเพิ่มเติมได้”

คว้าลูกก่อน เพราะรู้ว่าอะไรที่สำคัญที่สุดในชีวิต
“มันก็มีทั้งโชคดีและโชคร้าย โชคร้ายเราเสียของไป แต่โชคดีมีมากกว่า อย่างแรกมันเป็นของที่เราไม่ค่อยได้ใช้อยู่แล้ว อย่างที่สองเราเริ่มลำดับเหตุการณ์และเริ่มรู้ว่าอะไรที่สำคัญในชีวิตเรา เวลาที่เราตกใจเราได้คว้าอะไรก่อน เราคว้าลูกเราก่อน มานั่งไล่เรียงต่อไปว่าเราจะทำยังไงกับชีวิตอย่างเรื่องกล้องวงจรปิดที่บ้านเสียด้วยเหตุฟ้าผ่า”

“และเสียไปถึงตัวเมมโมรี่ เราก็นิ่งนอนใจหลายครั้งว่าจะติดแต่ก็ยังไม่ทำสักที พอเกิดเรื่องนี้มันเป็นประสบการณ์สอนเราว่าอย่างแรกเราจะพึ่งตำรวจแล้ว เราต้องดูแลตัวเองด้วย อยากฝากบอกไปทุกบ้านเลยว่ากล้องวงจรปิดในแต่ละบ้านหรือความปลอดภัยในทรัพย์สินและชีวิตเราก็ควรจะมีทุกบ้าน ถ้าเข้ามาเจอกับเราตรงๆ ก็อาจจะน่ากลัวกว่านี้”

เผยตร.ล่าตัวคนร้ายสุดความสามารถ หลังจากเหตุการณ์ครั้งนี้รู้สึกโอเคกับตร.
“ตำรวจก็พยายามทำงานให้อย่างสุดความสามารถ ก็ต้องขอบคุณไปทาง สน.วังทองหลางด้วยค่ะ หลังเจอเหตุการณ์นี้จากเมื่อก่อนที่เราไม่โอเคกับตำรวจ พอมาเจอเหตุการณ์นี้กับตัวเองแล้วไปแจ้งความ เราได้เจอผู้กำกับสน.ตอนเวลา 4-5 ทุ่ม เขาก็ยังใส่เครื่องแบบทำงาน เป็นสน.ที่บริการประชาชนดี กว่าจะดำเนินการเสร็จประมาณตีสี่ สามีอยู่กับลูก เราออกมาแจ้งความคนเดียว ตอนนั้นกลัวมาก จะเดินเข้าบ้านยังไง ตำรวจสายตรวจขี่รถตามมาส่งหน้าบ้าน เราเลยอุ่นใจค่ะ”

จะเปลี่ยนประตูล็อกให้แน่นหนาขึ้น ติดกล้องวงจรปิดให้มีคุณภาพ ของมีค่าเล็งฝากธนาคาร
“เราควรจะแก้ไขเรื่องระบบการล็อกบ้านให้ดีกว่านี้ เปลี่ยนประตูที่ล็อกแน่นหนากว่านี้ และติดกล้องวงจรปิดที่มีคุณภาพ อย่างพวกของมีค่าในบ้านก็ไม่ควรเก็บไว้เอาไปฝากไว้ธนาคาร ในส่วนผู้ต้องสงสัยตำรวจก็ถามว่าที่บ้านมีคนทำงานบ้านมั้ย เราก็ให้ข้อมูลกับทางตำรวจไปเรียบร้อยแล้ว ตำรวจก็ให้เบอร์ไว้ เราอาจจะต้องแจ้งความเพิ่มเติม และตำรวจก็โทร.มาแจ้งข้อมูลเรื่อยๆ เช่น เมื่อวานตำรวจไปเช็กจุดเกิดเหตุว่าเขาปีนเข้าทางไหน จนไปเจอกระเป๋าตังค์ที่คาดว่าเป็นของคนร้ายตกอยู่”

“ถามว่าเคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้มั้ย น่าจะเป็นช่วงนี้ เพราะก่อนหน้านี้ไม่เคยมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเลย แต่ในช่วงเดือนนี้อาจจะเกิดบ่อย บวกกับเศรษฐกิจไม่ค่อยดี อาจจะมีบ้าง แต่เมื่อเช้าก็ฟังข่าว ก็มีโจรขึ้นในหลายๆ พื้นที่ ซึ่งนุ๊กว่าการที่เรื่องเกิดขึ้นกับเรา ทุกคนจะได้เอาเราไปเป็นอุทาหรณ์อย่างแรกเลยเรื่องระบบล็อก เครื่องกันขโมยอย่างบ้างบ้านมีผู้สูงอายุอยู่”

“ลูกก็ตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งลูกคนที่สองที่อยู่กับนุ๊กค่อนข้างที่จะตกใจมาก ขนาดเวลาที่เขาอยู่ในรถ เขายังลงไปนั่งหลบอยู่ข้างล่างเลย เขาก็พูดว่าหนูกลัวๆ เราก็บอกเขาว่าไม่ต้องกลัว ที่ตรงนี้ปลอดภัย แต่พอตำรวจมาเขาก็เริ่มสนุกแหละ เขายังบอกเลยว่าโตขึ้นมาอยากเป็นตำรวจ”

“ตอนนี้ก็ได้กลับไปอยู่ที่บ้านแล้ว เพราะย้อนกลับคืนเกิดเหตุก็คิดว่าจะไปอยู่ไหน เพราะว่าบ้านล็อกแทบไม่ได้ แต่คืนวันเกิดเหตุแทบจะไม่ได้นอนเลย ก็เลยไม่ต้องคิดมากเพราะตอนแรกก็คิดว่าจะไปนอนที่ไหนก่อนดีนะ และตอนเช้าพ่อของนุ๊กเองก็มาอยู่เป็นเพื่อน”

“ในส่วนของกระเป๋าตังค์ที่เจอในที่เกิดเหตุที่คาดว่าจะเป็นของคนร้าย ลักษณะจะเป็นสี่เหลี่ยมพื้นผ้าสีดำ ข้างในมีตังค์อยู่ 200 บาท ไม่เอกสารใดๆ เลย ตำรวจยังสงสัยเลยว่าผู้ชายไม่น่าจะพกกระเป๋าตังค์แบบนี้ ซึ่งเราก็บอกตำรวจไปว่าไม่น่าจะใช่ของคนที่บ้าน เพราะเราก็เช็ดทุกคนที่เคยมาทำงานที่บ้าน นุ๊กคิดว่าน่าจะเป็นคนที่อยู่ไม่ไกลในละแวกนั้น เพราะในละแวกนั้นก็เจอเหตุการณ์ ซึ่งในคืนเดียวกันเพื่อนบ้านก็ได้โดนโจรขึ้นบ้านเช่นกัน ตอนนี้ทางตำรวจก็สืบเช็กตามกล้องวงจรปิดของแต่ละบ้านว่ามีบ้านไหน เก็บภาพได้”

“ก็ฝากถึงโจรว่าไม่ต้องกลับมาค้นแล้วนะ เพราะไม่มีอะไรเหลือให้ขโมยแล้ว ทุกบาททุกสตางค์เรามาลงทุนทำธุรกิจหมดแล้ว”

ขอบคุณข่าวที่มีประโยชน์ และติดตามข่าวฉบับเต็มได้ที่ ผู้จัดการออนไลน์