ปากีสถานปูพรมแดงรับเสด็จมกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบีย

เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน เสด็จเยือนปากีสถานอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดระหว่างรัฐบาลอิสลามาบัดกับอินเดีย ที่มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบียจะเสด็จเยือนด้วย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน เมื่อวันที่ 18 ก.พ. ว่าเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย เสด็จเยือนปากีสถานอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นจุดหมายแรกในการเสด็จเยือนภเอเชียใต้และจีนของพระองค์ โดยนายกรัฐมนตรีอิมราน ข่าน เฝ้ารับเสด็จด้วยตัวเอง ที่สนามบินนูร์ ข่าน ของกองทัพปากีสถาน ในเมืองราวัลพินดี ทางตอนเหนือของประเทศ เมื่อวันอาทิตย์

หลังเสร็จสิ้นพิธีต้อนรับอย่างสมพระเกียรติ รวมถึงการที่มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบียทรงพระดำเนินตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ และการยิงสลุต 21 นัด ผู้นำปากีสถานนำเสด็จเจ้าชายโมฮัมเหม็ดมาทำเนียบรัฐบาลในกรุงอิสลามาบัด ซึ่งตั้งอยู่ไม่ห่างกันมานัก เพื่อร่วมกันเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ หรือเอ็มโอยูหลายฉบับ ที่มีมูลค่ารวมประมาณ 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 625,300 ล้านบาท ) หนึ่งในนั้นคือโครงการก่อสร้างโรงกลั่นน้ำมันในพื้นที่ทางตะวันเฉียงใต้ใกล้กับอิหร่าน ที่แน่นอนว่าจะสร้างความไม่พอใอย่างหนักให้กับรัฐบาลเตหะราน

อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงทั้งหมดแม้ยังเป็นเพียงเบื้องต้น แต่น่าจะช่วยให้ปากีสถานสามารถเอาตัวรอดจากวิกฤติเศรษฐกิจได้ “ระยะหนึ่ง” ปัจจุบันรัฐบาลอิสลามาบัดกำลังดำเนินการขอความช่วยเหลือด้านการเงินมูลค่า 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 375,180 ล้านบาท ) จากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ( ไอเอ็มเอฟ ) แต่ยังไม่คืบหน้ามากนัก เนื่องจากไอเอ็มเอฟกำหนด “เงื่อนไขเข้มงวด” หลายข้อ

ทั้งนี้ การเสด็จเยือนเอเชียใต้ของเจ้าชายโมฮัมเหม็ดเกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดด้านความมั่นคงครั้งใหม่ระหว่างปากีสถานกับอินเดีย โดยเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้วเกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีรถบัสโดยสารของทหารในรัฐชัมมูร์และกัศมีร์ ที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคแคชเมียร์ ส่งผลให้ทหารเสียชีวิต “มากกว่า 40 นาย” หลังเกิดเหตุกลุ่มหัวรุนแรง “จาอิช-อี-โมฮัมหมัด” ( เจ็ม ) ซึ่งมีฐานปฏิบัติการอยู่ในปากีสถาน รับสมอ้างเป็นผู้ลงมือ แต่เจ้าชายโมฮัมเหม็ดทรงมีกำหนดเสด็จเยือนอินเดียเป็นจุดหมายต่อไป แล้วน่าจะเสด็จเยือนจีนเป็นลำดับสุดท้าย อนึ่ง มีรายงานด้วยว่าเดิมทีพระองค์ทรงมีพระราชประสงค์เสด็จเยือนอินโดนีเซียและมาเลเซีย แต่ทั้งสองประเทศพร้อมใจกันขอเลื่อนกำหนดการ “อย่างไม่มีกำหนด”.