รถรับจ้างขนของ ก่อนนำรถเข้าอู่ควรเตรียมตัวอย่างไร

รถรับจ้างขนของ ก่อนนำรถเข้าอู่ควรเตรียมตัวอย่างไร โปรดเติมความเข้าใจก่อนใช้บริการ การเตรียมตัวที่จะนำเข้าอู่ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่หลายๆ ท่านยังไม่ทราบว่า ต้องเตรียมตัวอย่างไร ต้องทำอะไรบ้าง ซึ่งการนำรถเข้าไปซ่อมแซมที่อู่นั้น เป็นเรื่องปกติที่เพื่อนๆ ที่ใช้รถต้องเคยเจอกันอยู่แล้ว เดี๋ยวเราไปชมกันเลยกับเกร็ดความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ในวันนี้

เรื่องของการนำรถเข้าอู่นั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ผู้ใช้รถต้องเคยเจอกันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเข้าไปตรวจเช็คเกี่ยวกับตัวรถ หรือระบบต่างๆ ให้พร้อมใช้งาน จนไปถึงการซ่อมบำรุงในส่วนที่เสียหาย ซึ่งก็ยังมีหลายๆ ท่าน สงสัยว่าก่อนที่จะนำรถเข้าไปซ่อมบำรุง ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง หลังจากที่เรามีอู่ในดวงใจที่เข้าไปใช้บริการ ซึ่งการเตรียมตัวนั้นสามารถทำได้ง่ายๆดังนี้

-เมื่อมีการนำรถเข้าอู่ควรปรึกษาช่างใหญ่เท่านั้น ไม่ควรเชื่อผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง หรือผู้ที่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับการซ่อมบำรุง

-ควรบอกอาการที่รถเสียอย่างละเอียด แม้กระทั้งรายละเอียดในเรื่องของการซ่อมหรือเปลี่ยนอะไหล่จากการซ่อมก่อนหน้านี้

-หากต้องจอดรถไว้ซ่อมเป็นเวลาหลายๆ วัน ควรนำสิ่งของที่ไม่จำออกจากรถ

-ควรขอเบอร์ติดต่อของทางอู่ไว้ เพื่อโทรสอบถามรายละเอียดการซ่อม และควรให้เบอร์ติดต่อของเราไว้ให้กับที่อู่ ในกรณีหากมีการเปลี่ยนอะไหล่ ทางอู่จะสามารถติดต่อเราได้

-ควรเก็บคู่มือเกี่ยวกับรถยนต์และสเปคเครื่องยนต์ต่างๆ ไว้ เพื่อให้ช่างตรวจเช็คได้อย่างสะดวก

-ขอบิลรายละเอียดทุกครั้ง เมื่อมีการเปลี่ยนอะไหล่ เพื่อไว้ตรวจเช็ค สิ่งสำคัญ คือ ห้ามทำหาย

-ก่อนนำรถออกจากอู่ควรตรวจเช็คอุปกรณ์ต่างๆ ก่อนนำรถออกจากอู่ ว่ามีการสับเปลี่ยนอะไหล่ หรือมีอะไรสูญหายหรือไม่

-ขอดูอะไหล่เก่าทุกครั้ง หากมีการเปลี่ยนอะไหล่ใหม่

-ควรขอคำแนะนำในเรื่องของการหาอู่ ในการตรวจเช็คและซ่อมบำรุงจากบุคคลที่ไว้ใจได้เท่านั้น

-เมื่อนำรถออกจากอู่แล้วหากเกิดมีสิ่งผิดปกติหลังการซ่อมหรือตรวจเช็ค ควรนำกลับเข้าอู่ไปตรวจเช็คอีกครั้งโดยเร็ว

การดูแลรักษารถเป็นประจำ เป็นสิ่งที่คนรักรถต้องคำนึกถึงอยู่เสมอ และปัญหาอีกหนึ่งข้อที่ควรให้ความสนใจเป็นพิเศษนั้นคือ เกียร์รถยนต์ สุดที่รักของคุณนั่นเอง แน่นอนว่าคงหนีไม่พ้นเรื่องของการเสื่อมสภาพของอุปกรณ์ยานยนต์จะช้าจะเร็วขึ้นอยู่หลายๆปัจจัย ไปดูกันว่า สัญญาณ บ่งบอกเกียร์รถยนต์ของคุณมีปัญหาจะมีอะไรบ้างติดตามด้านล่างได้เลย

1.เกียร์ไม่เข้าตามตำแหน่ง – อีกหนึ่งปัญหาที่น่าสนใจ เมื่อรู้สึกว่าเข้าเกียร์บางตำแหน่งยาก บ่งบอกเรื่องอายุของเกียร์แม้ว่าจะเกิดในระบบเกียร์ธรรมดาได้น้อยมาก เพราะบางครั้งอาจจะเกิดปัญหาทางเทคนิคตั้งแต่น้ำมันเกียร์ต่ำกว่ากำหนด หรือใช้ความหนืดผิดกว่ากำหนด ซึ่งส่งผลให้การทำงานระบบฟั่นเฟืองเกียร์ผิดปกติ

2.เกียร์ไม่ตอบสนอง – พบมากในเกียร์อัตโนมัติ อาการเมื่อเข้าเกียร์ชุดเกียร์ไม่สามารถเดินหน้า-ถอยหลังได้ บางครั้งอาจมีอาการคล้ายคลัตช์หรือเกียร์ลื่น แต่อาการดังกล่าวมักเกิดในเกียร์ธรรมดา

3.น้ำมันเกียร์รั่ว – เกิดได้ทั้งเกียร์อัตโนมัติ และ เกียร์ธรรมดา อาการ จะมีน้ำมันซึ่มเข้าห้องเกียร์เป็นสิ่งไม่ควรมองข้ามเพราะการที่ชุดเกียร์มีระดับน้ำมันที่ต่ำ จะทำให้อุณหภูมิสูงในชุดเกียร์ และพังได้ แม้จะดูเป็นเรื่องเล็กแต่ไม่ควรมองข้ามเพราะการถอดประกอบเกียร์ต้องมีความชำนาญไม่ต่างจากเครื่องยนต์เลยทีเดียว

4.คลัดซ์ติด – อาจไม่เกี่ยวกับชุดเกียร์โดยตรง มักจะเกิดในระบบเกียร์ธรรมดาส่วนใหญ่อาการคลัตช์ติดมักเกิดกับรถเก่า เกิดจากคลัตช์ไม่สามารถแยกตัวออกจากล้อช่วยติดอยู่กับเครื่องยนต์ได้ ทำให้ไม่สามารถเข้าตำแหน่งเกียร์อื่นได้ เนื่องจากคลัตช์ยังทำงานอยู่ หากฝืนอาจจะทำให้ชุดเกียร์พังได้

5.เกียร์ลื่น -มักเกิดขึ้นในระบบเกียร์ธรรมดา อาการเกียร์เข้าตามตำแหน่งเลื่อนไปที่ตำแหน่งเกียร์ว่างเอง ในเกียร์อัตโนมัติเองก็อาการคล้ายกัน แต่จะเห็นชัดมากกว่าตอนเร่ง เช่นใช้คันเร่งเท่าเดิม แต่ใช้เวลามากขึ้น หรือรถไม่ค่อยวิ่งทั้งที่เร่งเต็มพิกัด อาการเกียร์ลื่นเอง มักมีสาเหตุจากน้ำมันเกียร์อยู่ในระดับต่ำเกินไป บางครั้งอาจะมีส่วนมาจากคลัตช์ลื่น หรือผ้าคลัตช์เหลือน้อยด้วย

6.เกิดเสียงไม่พึงประสงค์ – อาการนี้สามาถตรวจสอบได้เอง โดยจอดรถเข้าเกียร์ว่างแล้วค่อยๆฟังเสียงหากเสียงคล้ายเหล็กกระทบกัน ถ้ามีเสียงให้รีบตรวจสอบทันที เพราะอาจหมายถึงมีชิ้นส่วนบางอย่างกำลังสึกหรอ อาจจะเป็นตัวฟันเฟืองเกียร์ หรือลูกปืนต่างๆ เสีย ถ้าอยู่ในสภาพไม่สมบูรณ์

7.กลิ่นไหม้จากเกียร์ – สาเหตุนี้ส่วนใหญ่เกิดจากชุดเกียร์ผิดปกติ หรือ เกียร์ทำงานหนัก ทำให้น้ำมันบางส่วนถูกเผาไหม้และกลายเป็นกลิ่นออกมาเตือน