เฮติตัดสิทธิพิเศษของเจ้าหน้าที่รัฐ หวังคลี่คลาย’จลาจล’

รัฐบาลเฮติประกาศลด “สิทธิพิเศษ” ที่รวมถึงการลดเงินเดือน และยกระดับการสอบสวนการทุจริตในรัฐวิสาหกิจพลังงาน ที่เป็นต้นเหตุของการประท้วงขับไล่ประธานาธิบดีอย่างหนักตั้งแต่ต้นเดือนนี้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปอร์โตแปรงซ์ ประเทศเฮติ เมื่อวันที่ 17 ก.พ. ว่า นายกรัฐมนตรีฌอง-อองรี ซองต์ แถลงผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ เมื่อวันอาทิตย์ ประกาศมาตรการฉุกเฉินเพื่อบรรเทาวิกฤติเศรษฐกิจและการคอร์รัปชั่นในเบื้องต้น 9 ข้อ ซึ่งรวมถึงการลดเงินเดือนประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และสมาชิกรัฐสภาทุกคน คนละ 30% การยกเลิกสิทธิพิเศษด้านการชำระค่าสาธารณูปโภคและสิทธิในการเดินทาง “ไปดูงาน” ในต่างประเทศที่ไม่จำกัด อีกทั้งจะมีการลดจำนวนคณะผู้ติดตามด้วย

ขณะเดียวกัน ซองต์ยังเสนอให้มีการประชุมระหว่างรัฐบาลกับตัวแทนผู้ประกอบการ และการทำประชาพิจารณ์เกี่ยวกับการปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ พร้อมทั้งให้คำมั่นเพิ่มการตรวจสอบการทุจริตในบริษัท “ปิโตรคาริเบ” ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานของเฮติ นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีของเฮติยังกล่าวเรียกร้องฝ่ายต่อต้านรัฐบาลให้ยุติการประท้วงและการจลาจล เนื่องจากเฮติยังคงฟื้นตัวได้ไม่มากนับตั้งแต่แผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อปี 2553 ที่ก่อให้เกิดอหิวาตกโรคตามมา ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงเสถียรภพาทางเศรษฐกิจ ที่กลายเป็นประเทศยากจนที่สุดในภูมิภาคอเมริกา ตามการจัดอันดับของธนาคารโลก ( เวิลด์แบงก์ ) โดย 60% ของชาวเฮติเกือบ 11 ล้านคน มีรายได้ต่ำกว่าวันละ 2 ดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 62.4 บาท )

ทั้งนี้ การประท้วงขับไล่รับบาลเฮติภายใต้การนำของประธานาธิบดีโฌเวเนล มอยอิส ซึ่งขึ้นสู่อำนาจเมื่อปี 2560 ยืดเยื้อตั้งแต่วันที่ 7 ก.พ. ที่ผ่านมา ซึ่งความรุนแรงที่ยังไม่มีแนวโน้มคลี่คลายส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 7 คน โดยการประท้วงเป็นผลจากความไม่พอใจของประชาชนต่ออัตราเงินเฟ้อที่พุ่งทะยานซึ่งเป็นผลจากการคอร์รัปชั่นตั้งแต่ “ระดับสูงสุด” และรายงานเรื่องการยักยอกเงินเกือบ 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 62,440 ล้านบาท ) จากกองทุนน้ำมันที่เวเนเซุเอลาขายให้เฮติในราคาพิเศษผ่านปิโตรคาริเบ ระหว่างปี 2559 ถึง 2560

ด้ายมอยอิส วัย 50 ปี ยืนยันไม่ลาออกจากตำแหน่งก่อนกำหนด ด้านสหรัฐอพยพเจ้าหน้าที่การทูตบางส่วนกลับประเทศ ขณะที่แคนาดาปิดสถานเอกอัครราชทูตประจำกรุงปอร์โตแปรงซ์เป็นการชั่วคราว และส่งเครื่องบินไปรับพลเมืองออกจากเฮติแล้ว